วิธีทำธุรกิจเครือข่ายให้ประสบความสำเร็จอย่างมั่นคงและยั่งยืน
วิธีทำธุรกิจเครือข่ายให้ประสบความสำเร็จอย่างมั่นคงและยั่งยืน
ยินดีต้อนรับทุก ๆ ท่านเข้าสู่ blog ของผมนะครับ ในวันนี้ผมจะแบ่งปันประสบการณ์ในเรื่อง ๆ หนึ่งให้ท่านฟัง นั่นก็คือ ทำธุรกิจเครือข่ายอย่างไรให้ประสบความสำเร็จและยั่งยืนมั่งคง
ท่านรู้ไหมว่า…การสปอนเซอร์มันเป็นเพียงแค่การทำการตลาดเท่านั้น มันยังไม่ใช่ขั้นตอนที่จะทำให้ท่านประสบความสำเร็จได้จริง ๆ หลายคนเข้าใจว่า เพียงแค่ซื้อคอร์สไปเรียน แล้วแก้ปัญหาการสปอนเซอร์คนได้ ก็จะประสบความสำเร็จในธุรกิจเครือข่าย เข้าใจผิดแล้วหล่ะครับเพราะว่า สิ่งที่มันสำคัญกว่านั้น คือ…(คืออะไรนั้น ติดตามอ่านข้างล่างเลยครับ)

สิ่งที่ท่านจะได้จากการอ่านจนจบคือ…แนวทางการทำธุรกิจเครือข่ายให้ประสบความสำเร็จและยั่งยืนมั่นคง และสามารถเกษียนได้ในที่สุด
การทำธุรกิจเครือข่ายคนส่วนมาก เมื่อเข้ามาทำธุรกิจเครือข่าย จะเข้าใจว่า ฉันต้องสปอนเซอร์คนเข้ามาเรื่อยๆ เสร็จแล้วก็สอนให้พวกเขาทำตามฉัน โดยการสปอนเซอร์คนเข้ามาเรื่อย ๆ เดี๋ยวมันก็โตเอง โดยเฉพาะคนที่ทำธุรกิจแบบออนไลน์มักจะคิดแบบนี้กันทั้งนั้น แต่พอสปอนเซอร์คนเข้ามาได้ สุดท้ายแล้วเป็นไงหล่ะ คนหายไปหมด สปอนเซอร์คนเข้ามาได้เยอะ แต่รักษาคนไม่อยู่มันจะไปมีความหมายอะไร
แล้วคุณเคยสงสัยไหมว่า…? การทำธุรกิจเครือข่ายแบบออฟไลน์ ถึงแม้จะสปอนเซอร์คนได้ช้ากว่าแบบออนไลน์ แต่ทำไมคนสำเร็จดันมีเยอะกว่าแบบออนไลน์เพราะพวกเขาเก่ง ไม่เกี่ยวครับ เพราะพวกเขามีประสบการณ์ ก็มีส่วน แต่ประเด็นอยู่ตรงนี้ครับ
“คุณจะสปอนเซอร์คนมาได้มากแค่ไหนไม่สำคัญ แต่สำคัญที่ว่าคุณสามารถเคลื่อนคนได้มากเพียงใด”
คำตอบของบทความนี้ก็คือ…การเคลื่อนคนครับ การสปอนเซอร์ผู้มุ่งหวัง มันเป็นเพียงขั้นตอนการทำการตลาด ยกตัวอย่างการเคลื่อนคนในแบบออฟไลน์ก่อนนะครับ การทำการตลาดในแบบออฟไลน์เริ่มจาก การลิสต์รายชื่อคนออกมา 100 คน จากนั้น ก็โทรนัดหมายออกมาคุยทีละคน ๆ เพื่อเฟ้นหาคนที่ใช่ใน 100 คนนั้น โดยอาศัยค่าเฉลี่ย ซึ่งเรียกว่า “งานรายวัน” จากนั้นก็เคลื่อนคนที่สนใจธุรกิจเข้าสู่ “งานรายสัปดาห์ ” แล้วก็ “งานรายเดือน” และก็ “งานราย 4 เดือน 6 เดือน” อะไรก็ว่าไป
ในแบบออนไลน์ก็คล้าย ๆ กัน เราก็จะใช้ระบบ You inc Business ดึงดูดรายชื่อผู้มุ่งหวังที่เป็นกลุ่มเป้าหมายโดยตรงให้เข้ามาหาเรา ด้วยหลักการ Attraction marketing แทนการลิสต์รายชื่อคน 100 คน จากนั้นก็เคลื่อนเขาเข้าสู่ห้องสัมมนาออนไลน์ ซึ่งเป็นได้ทั้งงานรายวันและรายสัปดาห์ จากนั้นก็เคลื่อนเขาเข้าสู่งานฟังชั่นรายเดือน และก็ราย 4 เดือน 6 เดือนอะไรก็ว่าไป
ถามว่าทำไมต้องเคลื่อนคน….?
คนส่วนมาก ถึงแม้จะตัดสินใจสมัครทำธุรกิจ แต่พอถึงเวลาก็ยังไม่ลงมือทำ นั่นก็คือ พวกเขาตัดสินใจสมัคร แต่ยังไม่ได้ตัดสินใจลงมือทำ แล้วคนส่วนมากอีกเช่นกัน ที่ตัดสินใจลงมือทำ แต่ไม่ได้ตัดสินใจสำเร็จ พวกเขาก็ยังคงทำไปเรื่อย ๆ ว่างก็ทำ ไม่ว่าง หรือขี้เกียจ ก็ไม่ทำ ทำบ้างไม่ทำบ้าง คือตัดสินใจทำแล้วนะ แต่เห็นจะสำเร็จกับเขาสักที ก็เพราะ ตัดสินใจทำ แต่ไม่ได้ตัดสินใจสำเร็จไง
ทุก ๆ ท่านรู้ไหมครับว่า…ต้นตอของความล้มเหลวมาจากไหน ในยามที่เราท้อแท้ สิ้นหวัง ต้นตอของความรู้สึกเหล่านี้มาจากไหนรู้ไหมครับ…? เรามาลองไล่ลำดับของมันดูนะครับ ต้นตอของความรู้สึกทางใจต่าง ๆ คือ ความคิดไงครับ ถ้าเมื่อใดเราคิดถึงความเจ็บปวด ความกลัวต่าง ๆ เราก็จะมีความรู้สึกทางใจในด้านลบ ๆ ขึ้นมา เรียกได้ว่า คิดเองท้อเอง ล้มเหลวเอง ล้มเลิกเอง เก่งไหมครับคนเรา คิดเอง เลิกเอง
ถ้าเราต้องการจะแก้ไขความคิดของเรา เราก็จะต้องทราบต้นตอของความคิดเราครับ ว่ามันคืออะไร อะไรคือสิ่งที่มันสนับสนุนความคิดเราในด้านดีและเสีย คืออะไร อะไรที่เป็นตัวกำกับความคิดให้เราทำในสิ่งที่ถูกต้องและผิดพลาด คืออะไร คำตอบก็คือ….”ทัศนคติไงครับ”
ถ้าทัศนคติเราไม่ถูกต้อง มันก็จะทำให้เราคิดผิดทางตลอด เหมือนกับการใส่กระดุมเม็ดแรก ถ้าใส่เม็ดแรกผิด มันก็จะผิดไปตลอด แต่ถ้าเราใส่กระดุมถูกตั้งแต่เม็ดแรก เม็ดต่อ ๆ ไปมันก็ถูกต้องหมด ดังนั้น ถ้าเราจะแก้ไขความล้มเหลว เราต้องเริ่มต้นที่ทัศนคติ นั่นก็คือการแก้ไขที่ต้นเหตุ
ซึ่งในงานฟังชั่นต่าง ๆ ที่เราเคลื่อนผู้คนเข้าไป ในงานไม่มีมาสอนวิธีการทำการตลาดเลยว่าต้องทำยังไง แต่เขาจะสอนในเรื่องทัศนคติล้วน ๆ เพราะอะไรหล่ะ ก็เพราะเขารู้ไง…ว่าจะทำให้ผู้คนประสบความสำเร็จของสอนทัศนคติที่ถูกต้องให้กับพวกเขาและที่เราต้องคอยเคลื่อนคนเข้าฟังชั่นอยู่ตลอด ก็เพื่อให้เกิดการปรับทัศนคติให้กลับมาอยู่ในด้านที่ถูกต้องอยู่เสมอ
เหมือนกับเครื่องบิน มันจะมีระบบ ออโต้ไพรอต มันคือระบบที่ทำให้เครื่องบินอยู่ในเส้นทางตลอด แต่อย่างไรก็ตาม ถึงแม้จะมีระบบออโต้ไพรอต เมื่อเจอสภาพอากาศแปรปรวน ระบบออโต้ไพรอตก็ทำงานผิดพลาดได้เหมือนกัน ดังนั้น ในเครื่องบิน ก็จะต้องมีนักบินคอยควบคุมไว้ตลอด เพื่อไม่ให้มันหลุดออกนอกเส้นทาง
คนเราก็เหมือนกันครับ ในการลงมือทำ บางทีเราจะต้องเจอกับอุปสรรคที่เราแก้ไขไม่ได้ หรืออะไรที่เราควบคุมไม่ได้
พอทำนาน ๆ ไปทิศทางของทัศนคติก็จะเริ่มเบนเข็มออกจากเส้นทางที่ถูกต้อง นี่แหล่ะครับก็คือเหตุผลที่เราต้องเคลื่อนคนเข้าสู่งานฟังชั่นอยู่ตลอด
สรุปก็คือ…คุณจะสปอนเซอร์คนได้มากแค่ไหนก็ตาม ไม่สำคัญ สิ่งคำคัญที่ว่าคุณเคลื่อนพวกเขาเข้าสู่งานฟังชั่นต่าง ๆ ได้มาเพียงใด เมื่อสปอนเซอร์คนเข้ามาได้แล้ว พยายามโฟกัสเคลื่อนพวกเขาเข้าสู่งานฟังชั่นต่าง ๆ ให้มากนะครับ แล้วทีมงานของท่าน จะตัดสินใจสำเร็จเพิ่มขึ้นทีละคน ๆ แต่สิ่งสำคัญ คุณจะต้องเคลื่อนตัวเองให้สู่งานฟังชั่นก่อนนะครับ ไม่ใช่ว่าฉันยังไม่มีทีมงาน ฉันไม่เข้าฟังชั่น ผิดแล้วครับ ต้องเริ่มที่ตัวคุณก่อนครับ
สุดท้ายนี้ ถ้าคุณยังไม่ได้ลงชื่อเพื่อศึกษาวิธีการทำการตลาดแบบดึงดูด ขอให้ท่านกรอกชื่อและอีเมล์ที่ถูกต้องของคุณลงในช่องด้านขวามือ แล้วหลักการทำการตลาดแบบดึงดูดจะถูกส่งให้ท่านได้เรียนรู้ทางอีเมล์ ทุกอย่างฟรี
แด่ความสำเร็จของคุณ

ณัฐวุฒิ สืบนันตา
เป็นเพื่อนกับผมใน Facebook http://www.facebook.com/nuttawut.suebnunta
เป็นเพื่อนกับผมใน Twitter http://twitter.com/nuttawut604
ดูวีดีโอต่าง ๆ ของผม ใน Youtube http://www.youtube.com/nuttawut604
รับข่าวสารต่าง ๆ จากผมใน Facebook http://www.facebook.com/mlmnuttawut
คุณได้อะไรจากบทความนี้บ้าง กรุณาคอมเม้นให้ผมข้างล่างด้วยนะครับ เพราะคอมเม้นของคุณมีค่าสำหรับผมมาก และหากคุณถูกใจบทความนี้คุณสามารถกด Like ข้างล่าง พร้อมกับการแชร์ให้กับเพื่อน ๆ ของคุณ ใน Facebook,Twitter และอื่น ๆ ได้เลยครับ ของคุณครับ

